“โรคตา” ในเด็กแรกเกิดที่ควรระวัง

“โรคตา” ในเด็กแรกเกิดที่ครระวัง 

        โรคตาในเด็กแรกเกิดเป็นภาวะที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม เนื่องจากดวงตาของทารกยังอยู่ในช่วงพัฒนา และความผิดปกติบางอย่างอาจส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ โรคที่พบบ่อย ได้แก่ ท่อน้ำตาอุดตันแต่กำเนิด ต้อกระจกแต่กำเนิด ต้อหินแต่กำเนิด ภาวะตาเข ตาเหล่ และโรคจอประสาทตาในทารกคลอดก่อนกำหนด (ROP) โดยโรคเหล่านี้อาจแสดงอาการ เช่น น้ำตาไหลตลอดเวลา มีขี้ตามาก ตาแดง รูม่านตาขาวขุ่น ตาเข หรือไม่ตอบสนองต่อแสงและวัตถุรอบตัว หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ ดังนั้นการสังเกตความผิดปกติของดวงตาลูกน้อยและพาเข้ารับการตรวจจากจักษุแพทย์ตั้งแต่เนิ่น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เด็กได้รับการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมและมีพัฒนาการทางการมองเห็นที่ดีที่สุดในอนาคต

        แม้โรคตาในเด็กแรกเกิดบางชนิดจะเกิดจากความผิดปกติตั้งแต่กำเนิดและไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด แต่ผู้ปกครองสามารถลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการตรวจพบโรคได้ตั้งแต่ระยะแรก โดยคุณแม่ควรดูแลสุขภาพระหว่างตั้งครรภ์อย่างสม่ำเสมอ เข้ารับการฝากครรภ์ตามนัด หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ และป้องกันการติดเชื้อที่อาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ หลังคลอดควรสังเกตความผิดปกติของดวงตาลูกน้อย เช่น น้ำตาไหลตลอดเวลา มีขี้ตามาก ตาเข ตาเหล่ รูม่านตาขาวขุ่น หรือตอบสนองต่อแสงผิดปกติ หากพบอาการเหล่านี้ควรรีบพาพบจักษุแพทย์ทันที นอกจากนี้ เด็กที่คลอดก่อนกำหนดหรือมีน้ำหนักตัวแรกเกิดต่ำ ควรได้รับการตรวจจอประสาทตาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีความเสี่ยงต่อโรคจอประสาทตาในทารกคลอดก่อนกำหนด (ROP) มากกว่าเด็กทั่วไป 

        สิ่งสำคัญที่สุดคือการพาเด็กเข้ารับการตรวจสุขภาพตาตามช่วงวัย เพราะโรคตาหลายชนิดในเด็กแรกเกิดอาจไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก การตรวจพบและรักษาเร็วจะช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะตาขี้เกียจ ความบกพร่องทางการมองเห็น และการสูญเสียการมองเห็นถาวรได้ ทำให้เด็กมีพัฒนาการด้านการมองเห็นที่สมบูรณ์และเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ 

 

7 สัญญาณเตือนโรคตาในเด็กแรกเกิดที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม 

        ดวงตาของเด็กแรกเกิดอาจดูเล็ก บอบบาง และยังมองเห็นได้ไม่ชัดเท่าผู้ใหญ่ แต่แท้จริงแล้วดวงตาคือหน้าต่างสำคัญของพัฒนาการ เพราะเด็กใช้การมองเห็นในการจดจำใบหน้าพ่อแม่ เรียนรู้แสง สี รูปร่าง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว หากมีความผิดปกติของดวงตาตั้งแต่ช่วงแรกเกิด แล้วไม่ได้รับการสังเกตหรือรักษาอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อการมองเห็นในระยะยาวได้ 

  1. ตาแดง บวม หรือมีขี้ตามากผิดปกติ หากทารกมีตาแดง เปลือกตาบวม หรือมีขี้ตาเหลืองเขียวจำนวนมาก โดยเฉพาะถ้าเช็ดแล้วกลับมาเป็นซ้ำ อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อที่เยื่อบุตาหรือท่อน้ำตา ซึ่งควรได้รับการประเมินจากแพทย์เพื่อป้องกันการลุกลาม 
  2. น้ำตาไหลตลอดเวลา แม้ไม่ได้ร้องไห้ เด็กบางคนอาจมีน้ำตาเอ่อหรือไหลอยู่เสมออาจเกิดจากท่อน้ำตาอุดตันหรือมีการระคายเคืองบริเวณดวงตา หากมีขี้ตาร่วมด้วยควรพาไปตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง 
  3. รูม่านตาดูขาว ขุ่น หรือสะท้อนแสงผิดปกติ เมื่อมองตาลูกหรือถ่ายรูปแล้วเห็นบริเวณกลางตาดำเป็นสีขาว ขุ่น หรือมีแสงสะท้อนแปลกไปจากปกติ ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่มีผลต่อการมองเห็น เช่น ต้อกระจกแต่กำเนิดหรือความผิดปกติภายในลูกตา 
  4. ตาเข ตาเหล่ หรือดวงตาไม่มองไปทิศทางเดียวกัน ในช่วงแรกเกิด เด็กอาจมีลักษณะตาดูไม่ตรงบ้างเป็นบางครั้ง แต่หากตาเขชัดเจนจะเป็นบ่อย หรือยังเป็นต่อเนื่องเมื่อเด็กโตขึ้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์เด็ก เพราะอาจส่งผลต่อพัฒนาการการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงของภาวะตาขี้เกียจ 
  5. ไม่มองตามแสงหรือไม่ตอบสนองต่อใบหน้า แม้ทารกแรกเกิดจะยังมองเห็นไม่ชัด แต่โดยทั่วไปจะค่อย ๆ เริ่มตอบสนองต่อแสง ใบหน้า หรือวัตถุใกล้ตัว หากลูกไม่มองตาม ไม่สบตา หรือดูไม่สนใจสิ่งรอบตัวตามวัย อาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจประเมินการมองเห็นเพิ่มเติม 
  6. เปลือกตาตกจนบังตาดำ หากเปลือกตาบนตกลงมาปิดตาดำมากกว่าปกติ อาจบดบังทางการมองเห็นของเด็ก ทำให้ตาข้างนั้นไม่ได้รับการกระตุ้นอย่างเพียงพอในช่วงเวลาสำคัญของพัฒนาการสายตา จึงควรให้แพทย์ประเมินตั้งแต่เนิ่น ๆ 
  7. ตาไวต่อแสงมากผิดปกติ หรือร้องเมื่อเจอแสง หากลูกหรี่ตา หลับตาหนีแสง น้ำตาไหลมาก หรือร้องทุกครั้งเมื่อเจอแสงจ้า อาจบ่งบอกถึงการระคายเคืองของกระจกตา การอักเสบ หรือความผิดปกติบางอย่างที่ควรได้รับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญ 

 

 

        สิ่งที่ทำให้โรคตาในเด็กแรกเกิดน่ากังวล คือ เด็กยังไม่สามารถบอกได้ว่ามองไม่ชัด เจ็บตา หรือระคายเคืองตา พ่อแม่จึงเป็นคนสำคัญที่สุดในการสังเกตความผิดปกติเล็ก ๆ ที่อาจเป็นสัญญาณของปัญหาใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นตาแดง ขี้ตาเยอะ น้ำตาไหลผิดปกติ หรือแววตาที่ดูไม่ตอบสนองเหมือนเด็กทั่วไป หัวใจสำคัญคือ อย่ารอให้ลูกโตแล้วค่อยสังเกต เพราะช่วงปีแรกของชีวิตเป็นเวลาทองของพัฒนาการการมองเห็น หากพบความผิดปกติ ไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหน การพาเด็กไปพบจักษุแพทย์ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการดูแลรักษา ลดความเสี่ยงต่อปัญหาสายตาในอนาคต และช่วยให้ลูกน้อยเติบโตพร้อมการมองเห็นที่ดีที่สุด 

 

LASIK SUPER CENTER ศูนย์เลสิกที่มีเครือข่ายครอบคลุมกว่า 5 สาขาในพื้นที่ภาคกลาง และภาคตะวันออกเราพร้อมดูแลดวงตาคุณอย่างใส่ใจ ด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีทันสมัยระดับสากล เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกขั้นตอน 

Lasik Super Center Phyathai 3 

Lasik Super Center Pattaya 

Lasik Super Center Vibhavadi 

Lasik Super Center Ruamjairak 

Lasik Super Center SynphaetSeriruk