SmartSight vs SMILE เปรียบเทียบเทคโนโลยีรักษาสายตา
SmartSight vs SMILE เปรียบเทียบเทคโนโลยีรักษาสายตา
เทคโนโลยีการรักษาปัญหาค่าสายตาก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจกำลังหาข้อมูลเพื่อเปรียบเทียบว่า SmartSight และ SMILE มีความแตกต่างกันอย่างไร แบบไหนดีกว่ากัน หรือแบบไหนเหมาะกับตัวเรา เพราะทั้งสองวิธีต่างก็เป็นเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน
LASIK SUPER Center จะพาไปทำความเข้าใจความแตกต่างของสองเทคโนโลยีเลเซอร์ไร้ใบมีดยอดนิยมที่ใช้รักษาสายตาสั้นและเอียง ให้เข้าใจอย่างง่าย ๆ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้ชัดเจนขึ้น

รู้จักโครงสร้างตาแบบง่าย ๆ ก่อนเข้าใจเทคโนโลยี
ก่อนจะเปรียบเทียบ SmartSight vs SMILE เรามาทำความเข้าใจโครงสร้างตาแบบองค์รวมกันก่อน “กระจกตา” ก็คือ ส่วนใสด้านหน้าสุดของตา ทำหน้าที่เหมือน เลนส์กล้องถ่ายรูป ช่วยโฟกัสแสงให้เข้าตาได้ชัด ซึ่งเตัวกระจกตานี้ประกอบไปด้วย 3 ชั้นหลัก:
- ชั้นนอก (Epithelium) = ผิวหน้ากระจกตา
- ชั้นกลาง (Stroma) = ส่วนหนาที่สุด ประมาณ 90% ของกระจกตา
- ชั้นใน (Endothelium) = ผิวหลังกระจกตา
เมื่อสายตาผิดปกติ เช่น สายตาสั้น เกิดจาก กระจกตาโค้งมากเกินไป ทำให้แสงโฟกัสผิดจุด การรักษาจึงต้องไป "ปรับโค้งกระจกตา" ให้เหมาะสม
เทคโนโลยีเบื้องหลัง: SmartSight vs SMILE ต่างกันยังไง?
SmartSight และ SMILE เป็นเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาแบบ Flapless หรือ "ไร้ใบมีด" ทั้งคู่ ต่างจาก LASIK แบบดั้งเดิมที่ต้องเปิดฝากระจกตาก่อนยิงเลเซอร์ ซึ่งทำให้เทคโนโลยีทั้งสองนี้เจ็บน้อย แผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงตาแห้งในระยะยาวได้มากกว่า
ทั้งสองวิธีนั้นใช้หลักการเดียวกัน คือ เข้าไปยิงเลเซอร์ที่ “ชั้นกลาง” ของกระจกตา เพื่อสร้างชิ้นเนื้อเยื่อบาง ๆ ที่เรียกว่า “เลนทิคูล” (Lenticule) แล้วดึงออกผ่านแผลเล็ก ๆ โดยไม่ต้องเปิดฝาแผ่นกระจกตาเหมือนเลสิคเดิม
→ แล้ว “เลนทิคูล” คืออะไร?
เลนทิคูล (Lenticule) คือ ชิ้นเนื้อเยื่อกระจกตารูปแผ่นบาง ๆ ที่เลเซอร์สร้างขึ้นจากการยิงเลเซอร์แบบแม่นยำภายในชั้นกลางของกระจกตา
ลองจินตนาการว่า กระจกตาเป็นเหมือนขนมแซนด์วิชหลายชั้น เลเซอร์จะไป “วาดวงกลม” บาง ๆ ด้านใน แล้วแยกชิ้นเลนทิคูลออกมา เมื่อแพทย์เอาชิ้นนี้ออก กระจกตาจะเปลี่ยนความโค้ง และการโฟกัสของแสงที่ผ่านเข้าตาก็จะเปลี่ยนตาม นั่นคือเหตุผลที่ “แค่เอาเลนทิคูลออก” สามารถทำให้สายตากลับมาชัดเจนได้ โดยไม่ต้องผ่ากรีดชั้นนอกแบบเดิม
→ SMILE: เทคโนโลยีที่เรารู้จักกันดี
SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เลเซอร์ Femtosecond สร้างเลนทิคูลภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–4 มม.
- แผลเล็ก เจ็บน้อย
- ลดความเสี่ยงตาแห้งในระยะยาว
- ฟื้นตัวเร็ว (มองเห็นดีขึ้นใน 2–3 วัน) แต่ความชัดอาจใช้เวลา 1–2 สัปดาห์กว่าจะเต็มที่
→ SmartSight: เทคโนโลยีรุ่นใหม่ที่ก้าวไปอีกขั้น
SmartSight คือเทคโนโลยีรุ่นใหม่จากเยอรมัน ที่ใช้ระบบ Schwind ATOS ซึ่งพัฒนาอัลกอริธึมการรักษาให้ แม่นยำกว่า SMILE และมี ระบบ Personalized Plan ที่ช่วยให้การยิงเลเซอร์เหมาะสมกับดวงตาแต่ละคน
จุดเด่นของ SmartSight:
- ระบบ Eye Tracking แม่นยำสูง
- ตัดเนื้อเยื่อน้อยลง
- แผลเล็ก ฟื้นตัวไว
- มองเห็นชัดขึ้นทันทีใน 24 ชม. แรก และดีขึ้นต่อเนื่องภายในไม่กี่วัน
ทำไม SmartSight จึงเริ่มได้รับความนิยมมากขึ้น?
SmartSight คือ “เจนเนอเรชั่นใหม่” ของการผ่าตัดแก้สายตาด้วยเลเซอร์ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ครอบคลุมทั้งความแม่นยำ การออกแบบเฉพาะบุคคล และระบบความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ ดังนั้นศูนย์เลสิคหลายแห่งในยุโรปและเอเชีย รวมถึง LASIK SUPER CENTER จึงเลือกใช้ SmartSight เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีหลักสำหรับรักษาสายตาสั้นและเอียง
ข้อดีเด่นของ SmartSight ที่แตกต่างจาก SMILE
1. เทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่า - SmartSight ใช้ระบบ Schwind ATOS ที่มีอัลกอริทึมล้ำสมัย ทำให้การคำนวณและการยิงเลเซอร์มีความแม่นยำเหนือกว่า การออกแบบรูปแบบการตัดก็ปรับปรุงให้เหมาะกับแต่ละบุคคลมากยิ่งขึ้น
2. ตัดเนื้อเยื่อน้อยกว่า แต่ให้ผลลัพธ์ดีกว่า - หนึ่งในข้อได้เปรียบสำคัญของ SmartSight คือระบบสามารถ "ใช้เนื้อเยื่อน้อยกว่า" ในการแก้ไขสายตา เมื่อเทียบกับ SMILE แต่ยังคงให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ ซึ่งหมายความว่ากระจกตาจะแข็งแรงกว่าหลังการผ่าตัด
3. รักษาสายตาเอียงได้ดีกว่า - SmartSight มีความสามารถในการรักษาสายตาเอียง (Astigmatism) ที่แม่นยำกว่า SMILE โดยเฉพาะในกรณีที่มีสายตาเอียงระดับสูง หรือรูปแบบที่ซับซ้อน
แล้วแบบไหนดีกว่ากัน?
ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีเทคโนโลยีไหนที่ดีกว่าโดยสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็น SmartSight หรือ SMILE ล้วนมีข้อได้เปรียบในด้านต่าง ๆ ซึ่งการพิจารณาเลือกวิธีการรักษาก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น
- ค่าสายตา
- ความหนากระจกตา
- รูปร่างดวงตา
- ไลฟ์สไตล์
- ความต้องการส่วนบุคคล
ดังนั้น SmartSight อาจเหมาะกับคนที่ต้องการเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เป็นวิธีการรักษาที่มีความยืดหยุ่นกับหลายกรณีมากกว่า ให้ประสิทธิภาพการมองเห็นและฟื้นตัวเร็ว ทั้งนี้เราควรทำการตรวจประเมินและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อน

การเข้ารับการตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คือขั้นตอนสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณมั่นใจว่าได้เลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุด หากคุณสนใจตรวจประเมินสายตาแบบละเอียดโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (กรุณาสอบถามเงื่อนไขและรายละเอียด) สามารถนัดหมายได้ที่ LASIK SUPER CENTER ทุกสาขา
- โรงพยาบาลพญาไท 3
- โรงพยาบาลกรุงเทพ – พัทยา
- โรงพยาบาลวิภาวดี
ติดต่อ Line: @bangkok-lasik โทร: 02-467-1111 ต่อ 1438 หรือ 080-798-2020